คำถามทั่วไปเกี่ยวกับโครงการ Work and Travel
QUESTION : โครงการ Work & Travel ต่างจากโครงการหรือบริษัทจัดหางานหรือไม่? อย่างไร?
ANSWER : ข้อแตกต่างมีดังนี้ค่ะ
| โครงการ |
[ Work and Travel] |
[บริษัทจัดหางาน] |
| 1. วัตถุประสงค์หลัก |
เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม |
เพื่อหารายได้ |
| 2. ผู้เข้าร่วมโครงการ |
ต้องมีสถานภาพเป็นนักศึกษาภาคปกติเท่านั้น |
ไม่จำกัด |
| 3. ระยะเวลา |
สูงสุด 4 เดือนเท่านั้น |
นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ |
| 4. ประเภทของวีซ่า |
J1 นักเรียนแลกเปลี่ยนที่สามารถทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย |
อาจต้องลักลอบเข้าเมือง |
และอื่น ๆ อีกมาก วัตถุประสงค์ของโครงการ Work and Travel จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมโดยการที่ อนุญาตให้ผู้ที่มีสถานภาพเป็นนักศึกษาจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ได้เข้าไปเรียนรู้ถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอเมริกัน อย่างแท้จริง โดยการใช้ชีวิตอยู่อย่างวัยรุ่นชาวอเมริกันทั่วไป ที่สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อ ได้รับค่าแรงสำหรับเป็นทุนการศึกษาในช่วงระหว่างที่ปิดภาดเรียน ทั้งนี้นักศึกษาทุกคนจะได้รับประโยชน์ ในเรื่องของการพัฒนาทักษะทางการสื่อสารภาษาอังกฤษ และยังสามารถเรียนรู้ถึงกระบวนการทางความคิด, วัฒนธรรมต่าง ๆ ของชาวอเมริกัน ไม่มากก็น้อย ในระหว่างการเข้าร่วมโครงการเป็นเวลาสูงสุดถึง 4 เดือน (แต่ในกรณีของนักศึกษาไทย จะเข้าร่วมโครงการได้เพียง 10สัปดาห์เท่านั้น เนื่องจากต้องกลับมาศึกษาต่อใน ภาคเรียนต่อไป) จากนั้นหลังจากเสร็จสิ้นโครงการแล้ว นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทุกท่าน ยังสามารถที่จะท่องเที่ยวต่อในประเทศสหรัฐอเมริกาได้อีกถึง 30 วัน ดังนั้นจะเห็นว่าต่างจากโครงการหรือบริษัทจัดหางานทั่วไปที่เน้นผลประโยชน์ ที่เรื่องผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว

QUESTION : ทำไมนายจ้างในประเทศสหรัฐอเมริกาต้องว่าจ้างแรงงานจากต่างประเทศ?
ANSWER : เนื่องจากนายจ้างในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้รับอนุญาตให้ เข้าร่วมโครงการนี้ได้ ส่วนใหญ่แล้วเป็นนายจ้าง ที่มีลักษณะธุรกิจบริการที่มีการดำเนินงานตามฤดูกาล ไม่สามารถดำเนินงานได้ตลอดทั้งปี เช่น สวนสนุกต่าง ๆ เนื่องจาก สภาพภูมิอากาศในฤดูหนาวและช่วงเวลาการท่องเที่ยวนั้นไม่เอื้ออำนวยให้ดำเนิน ธุรกิจได้ตลอดทั้งปี ดังนั้นจึงไม่มี ความจำเป็นที่จะต้องจ้างลูกจ้างประจำทั้งหมด ลูกจ้างชาวอเมริกันหรือนักศึกษาจากต่างชาติรวมทั้งไทยจะได้รับค่าแรงในอัตรา ที่เท่าเทียมกันเพื่อที่จะใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันเท่านั้น โดยบางนายจ้างอาจจ่ายค่าแรงให้นักศึกษาต่างชาติในอัตราที่สูงกว่าด้วย เนื่องจากเหตุผลในเรื่องของวัฒนธรรม, อิมเมจ และอื่น ๆ อีกมาก ดังนั้น ลูกจ้างประเภทชั่วคราวจึงเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินธุรกิจลักษณะนี้ ประกอบกับโครงการนี้ จัดขึ้นเพื่อวัตถุ ประสงค์ในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม, เรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอเมริกา และสามารถพัฒนาทักษะในการ สื่อสารภาษาอังกฤษของผู้เข้าร่วมโครงการให้ดีขึ้นอีกด้วยค่ะ
QUESTION : ระยะเวลาในการเข้าร่วมโครงการ Work and Travel USA คือเท่าใด
ANSWER : ตามกฎของโครงการ นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการสามารถที่จะทำงานได้นานถึง 4 เดือน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ระบุในเอกสาร DS-2019 เท่านั้นค่ะ ซึ่งอาจจะน้อยกว่า 4 เดือนก็เป็นได้ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาช่วงปิดภาคเรียนของนักศึกษาในแต่ละประเทศ นักศึกษาจากไทยนั้นจะเข้าร่วมโครงการได้นานสุดประมาณ 10 สัปดาห์ เนื่องจากโครงการนี้ต้องการให้นักศึกษากลับมาทันเปิดภาคเรียนค่ะ
QUESTION : จะมั่นใจได้อย่างไรว่าเข้าร่วมโครงการที่จัดขึ้นโดย Acadex แล้ว มีสถานที่ทำงานและที่พักจริง ตามที่ได้แจ้งไว้ก่อนที่จะสมัครเข้าร่วมโครงการ
ANSWER : เจ้าหน้าที่ของ Acadex Work & Travel Center จะเดินทางไปเยี่ยมนักศึกษาทุกสถานที่เข้าร่วมโครงการอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อความมั่นใจของผู้เข้าร่วมโครงการและผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ของเราจะอยู่กับนักศึกษาในแต่ละ worksite ประมาณ 2-3 วัน หรือจนกว่านักศึกษาจะเริ่มโครงการค่ะ
QUESTION : มีตำแหน่งงานอะไรบ้างและอยู่ที่รัฐไหนบ้าง
ANSWER : สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์ดังต่อไปนี้
การสมัครเข้าร่วมโครงการ Work and Travel
QUESTION : หากน้องเรียนจบการศึกษาในปีที่จะเข้าร่วมโครงการหรือจบการศึกษาแล้ว ก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการ จะสามารถเข้าร่วมโครงการ Work and Travel in USA ได้หรือไม่
ANSWER : ไม่ได้นะคะ เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการสำหรับผู้ที่มีสถานภาพนักศึกษาเต็มเวลาเท่านั้น
QUESTION : น้องๆสามารถร่วมโครงการ Work & Travel USA ได้กี่ครั้ง
ANSWER : ได้ปีละ 1 ครั้งนะคะ
QUESTION : สามารถเข้าร่วมโครงการได้ในช่วงไหนของปีบ้างค่ะ
ANSWER : ตามช่วงเวลาที่น้องปิดภาคเรียนใหญ่เท่านั้นค่ะ ซึ่งโดยส่วนมากจะเป็นช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม และ มิถุนายน – สิงหาคม ของแต่ละปี เนื่องจากโครงการนี้ต้องมีระยะเวลาเข้าร่วมอย่างน้อยคือ 10 สัปดาห์ และสูงสุดคือ 16 สัปดาห์นะคะ แต่ทั้งนี้หากน้องๆ ท่านใดที่มีช่วงปิดภาคเรียนต่างจากช่วงที่กำหนดข้างต้น สามารถที่จะสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานใหญ่ของอคาเดกซ์ตลอด เวลาทำการนะคะ

QUESTION : ใช้เกณฑ์อะไรในการคัดเลือกนักศึกษาที่จะเข้าร่วมโครงการ?
ANSWER : ทีมงาน Acadex Work & Travel Center ขอแบ่งเกณฑ์ ในการคัดเลือกนักศึกษาเบื้องต้นดังนี้ค่ะ
1. ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ
2. Attitude ของนักศึกษาที่มีต่อโครงการ Work and Travel
3. ความตั้งใจจริงที่จะเข้าร่วมโครงการ
ทีมผู้บริหารของอคาเดกซ์ขอสงวน สิทธิ์ขาดในการเข้าร่วมโครงการของผู้ที่สนใจค่ะ

QUESTION : เอกสาร DS-2019 คืออะไร?
ANSWER : เอกสาร DS-2019 คือเอกสารที่ออกโดยองค์กรระหว่างประเทศที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลอเมริกันให้ ดำเนินการโครงการแลกเปลี่ยนนี้โดยทำหน้าที่ในการดูแลสถานภาพของนักศึกษาทุก ท่านตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการ โดยใช้สำหรับในการยื่นขอวีซ่า J1 หรือวีซ่านักเรียนแลกเปลี่ยนสำหรับโครงการ Work and Travel ค่ะ

QUESTION : กระบวนการในการคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการมีอะไรบ้าง?
ANSWER : ดูจาก Link

QUESTION : ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้างในการเข้าร่วมโครงการ?
ANSWER : ดูจาก Link
QUESTION : ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ต้องชำระเมื่อใดและเป็นจำนวนเท่าไร?
ANSWER : ดูจาก Link
QUESTION : ทำไม Acadex ไม่มี Additional Costs?
ANSWER : ทางบริษัทฯมีประสบการณ์ในการดำเนินงานมาหลายปี และทราบถึงค่าใช้จ่ายจริงของโครงการ ดังนั้นเราจึงไม่ต้องการให้มีการเก็บค่าธรรมเนียมกินเปล่า หรือมีการเก็บเงินเพิ่มเติมซึ่งไม่ได้เป็นรายจ่ายจริงเกิดขึ้นค่ะ
การยื่น Visa และจองตั๋วเครื่องบิน
QUESTION : ต้องทำการยื่นขอวีซ่าเองหรือไม่ อย่างไร?
ANSWER : Acadex Work & Travel Center จะเป็นผู้ดำเนินการยื่นขอวีซ่าให้ โดยจะแจ้งให้นักศึกษาทราบถึงเอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขอวีซ่าและการยื่นขอ DS-2019 ทันทีกับนักศึกษาที่ผ่านการสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ของ Acadex Work & Travel Center หรือผู้สมัครที่ชำระค่าธรรมเนียมโครงการงวดแรกแล้ว เพื่อให้ผู้สมัคร มีเวลาเพียงพอที่จะเตรียมเอกสารทั้งหมด ทันพร้อมกับการชำระเงินค่าธรรมเนียมโครงการงวดที่สอง จากนั้น Acadex Work & Travel Center จะนำเอกสารทั้งหมดไปยื่นขอวีซ่าให้กับนักศึกษา และจะแจ้งให้นักศึกษา ทราบถึงวันที่ต้องเข้าสัมภาษณ์วีซ่ากับทางสถานฑูตอเมริกาอีกครั้งหนึ่ง ภายหลังจากที่ได้รับแจ้งวันที่แน่นอน แล้วนะคะ

QUESTION : SEVIS Fee คือ อะไร
ANSWER : SEVIS ย่อมาจาก Student and Exchange Visitor Information System. ซึ่งเป็นระบบที่รัฐบาลสหรัฐสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลและติดตามนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยในระบบ SEVIS นี้จะเชื่อมโยงข้อมูลกับกระทรวงความมั่นคงภายในและกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย น้องๆที่เข้าร่วมโครงการทุกคนจะต้องปฏิบัติตามกฎของ SEVIS ซึ่งจะเป็นการเก็บประวัติการเดินทางและการพำนักของน้องในระหว่างที่อยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้เ้ข้าร่วมโครงการ Work and Travel ต้องชำระค่าธรรมเนียม จำนวน USD 35.00 ซึ่งทางบริษัทฯ เป็นผู้รับผิดชอบจัดการดำเนินการชำระค่า SEVIS ให้นักศึกษาเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทุกคน
QUESTION : หากน้องๆมีวีซ่าท่องเที่ยวอยู่แล้วจำเป็นต้องขอวีซ่าใหม่อีกหรือไม่
ANSWER : ต้องขอใหม่ค่ะ เนื่องจากวัตถุประสงค์ในการเข้าอเมริกาของน้องๆคราวนี้คือการเข้าร่วมโครงการ Work and Travel จะเป็นวีซ่าคนละประเภทกัน
QUESTION : ตั๋วเครื่องบินที่ใช้สำหรับการเดินทางต้องจัดหาเองหรือไม่ อย่างไร?
ANSWER : Acadex Work & Travel Center จะช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดหาตั๋วเครื่องบินให้กับนักศึกษา เพื่อที่จะได้เดินทางเป็นกลุ่ม โดยที่ไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมแต่อย่างใด โดยนักศึกษาทุกท่านจะได้รับใบเสร็จรับเงินจากทางตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบินในชื่อของนักศึกษาแต่ละท่านค่ะ
QUESTION : Acadex บังคับให้ซื้อตั๋วเครื่องบินกับบริษัทหรือไม่
ANSWER : ไม่ค่ัะ น้องๆสามารถซื้อตั๋วเครื่องบินเองได้ตามสะดวก
การเตรียมตัวก่อนการเดินทาง
QUESTION : น้องจะต้องเตรียมเงินไว้ใช้จ่ายในอเมริกา (Pocket Money) หรือไม่ อย่างไร
ANSWER : น้องควรเตรียมเงินส่วนหนึ่งไว้ใช้ในช่วง 1 เดือนแรกของระยะเวลาเข้าร่วมโครงการ (ประมาณ $500) เพราะน้องจะได้รับเงินค่าจ้างหลังจากที่ทำงานแล้ว ประมาณ 2 – 4 สัปดาห์

QUESTION : จำเป็นต้องซื้อประกันสุขภาพหรือไม่
ANSWER : ไม่จำเป็น เนื่องจากค่าธรรมเนียมโครงการได้รวมค่าประกันสุขภาพไว้แล้วซึ่งจะคุ้มครองน้อง ตลอดระยะเวลาที่น้องทำงาน แต่สามารถซื้อประกันสุขภาพเพิ่มเติมได้ในกรณีที่น้องต้องการให้ครอบคลุมถึงระยะเวลาที่น้องท่องเที่ยวด้วย

QUESTION : จะมีเจ้าหน้าที่จาก Acadex ไปเยี่ยมที่อเมริกาหรือไม่
ANSWER : โดยทั่วไปทาง Acadex จะส่งเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมน้องที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในทุก Site งาน ยกเว้นกรณีที่ Site งานนั้นๆ มีน้องจำนวนน้อยมาก เช่น มีเพียง 2 – 3 คน หรือมีเหตุสุดวิืสัยอื่นๆ ซึ่งที่ผ่านมาเราได้จัดส่งเข้าหน้าที่ไปเยี่ยมน้อง ซึ่งครอบคลุมกว่า 95% ของ Site งานทั้งหมด ถึงแม้ว่าบาง Site งาน จะมีน้องเพียง 4 คน ก็ตาม
ขณะที่น้องอยู่สหรัฐอเมริกา
QUESTION : สามารถเลือกสถานที่ทำงานและตำแหน่งงานที่ทำได้หรือไม่?
ANSWER : นักศึกษาทุกท่านสามารถเลือกเพื่อที่จะขอเข้ารับการสัมภาษณ์กับนายจ้างได้ แต่ทั้งนี้จะได้รับการคัดเลือกหรือ ไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนายจ้าง ส่วนตำแหน่งงานโดยทั่วไปแล้วจะไม่สามารถเลือกได้ แต่นักศึกษาสามารถ ที่จะ request กับนายจ้างนั้น ๆ ในวันที่ทำการสัมภาษณ์ได้
QUESTION : สถานที่ทำงานและที่พักเป็นอย่างไร?
ANSWER : เนื่องจากสถานที่ทำงานจะเพิ่มขึ้นทุกปี โดยนักศึกษาสามารถดูรายละเอียดทั้งหมดของสถานที่ทำงาน และที่ พักได้ในหัวข้อ Work and Travel ในหน้าแรกของเว็บไซด์นะคะ
QUESTION : จะต้องจ่ายภาษีเมื่อไปทำงานหรือไม่
ANSWER : สำหรับนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการต้องจ่ายเพียง Federal Income Tax และ State Income Tax เท่านั้น ซึ่งนักศึกษาสามารถทำเรื่องขอคืนภาษีที่เสียไปได้ ชาวอเมริกันทุกคนรวมถึงชาวต่างชาติที่ทำงานและมี รายได้ในประเทศสหรัฐอเมริกาจะต้องจ่ายภาษีให้กับรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเหมือน กับในประเทศไทย ซึ่งคนอเมริกัน ที่มีรายได้ต้องจ่ายภาษี Social Security Tax, Medicare Tax, Federal Unemployment Tax, Federal Income Tax, State Income Tax, City Income Tax โดยที่นายจ้างจะเป็นผู้หักภาษี ณ ที่จ่าย จากรายได้ของนักศึกษาทุก ๆ ครั้งที่มีการจ่ายเงินค่าแรง แต่นายจ้างที่นักศึกษาไปทำงานพิเศษ (Second job) นักศึกษาอาจขอแบบฟอร์มยกเว้นภาษีจากนายจ้างเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียภาษีสำหรับ งานพิเศษ

QUESTION : สามารถทำเรื่องขอภาษีคืนได้อย่างไร
ANSWER : โดยส่วนใหญ่การขอคืนภาษี (Tax Refund) สามารถทำได้ในปีต่อไปหลังจากที่นักศึกษาเสร็จสิ้นการเข้าร่วม โครงการ (ตัวอย่างเช่น นักศึกษาเข้าร่วมโครงการในปี 2547 นักศึกษาจะสามารถทำเรื่องได้ในปี 2548 ประมาณต้นปี) เนื่องจากทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะต้องปิดงบสิ้นปีก่อนจึงจะสามารถระบุได้ว่า ภาษีจำนวนเท่าใดจึงจะสามารถขอ คืนได้ โดยทางนายจ้างจะเป็นผู้ส่งแบบฟอร์ม W-2 (Statement of Income) มาให้ตามที่อยู่ที่นักศึกษาได้แจ้ง ไว้เมื่อเสร็จสิ้นการเข้าร่วมโครงการ นักศึกษาจะต้องเป็นผู้ดำเนินการขอคืนภาษีด้วยตนเอง โดยสามารถขอรับคำ ปรึกษาจากทาง Acadex Work & Travel Center ได้ การทำเรื่องขอคืนภาษีด้วนตนเองทำได้คือ นักศึกษา ต้องกรอกแบบฟอร์มขอคืนภาษี 1040NR – EZ ซึ่งสามารถหาได้จาก www.irs.gov หรือจากสถานทูตอเมริกัน นักศึกษาสามารถอ่านคำแนะนำในการกรอกได้จากในเวบไซด์ หรือคู่มือจากสถานทูตอเมริกัน การทำเรื่องขอคืน ภาษีจะหมดเขตประมาณเดือนเมษายนและจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3 เดือนเป็นอย่างต่ำ โดยนักศึกษาจะได้ รับเงินคืนในรูปแบบ Check ที่จะจัดส่งให้ตามที่อยู่ของนักศึกษาที่ระบุไว้ในใบสมัคร
QUESTION : หากเกิดข้อสงสัยหรือปัญหาใด ๆ ในขณะที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาควรจะทำอย่างไร
ANSWER : ให้น้อง ๆ ทุกคนปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้นะคะ
1. ติดต่อนายจ้างเพื่อขอคำแนะนำ
2. ติดต่อ Visa sponsor เพื่อแจ้งสถานการณ์และปัญหาให้ทราบ
3. ติดต่อสำนักงานอคาเดกซ์
ทั้ง นี้น้อง ๆ ต้องติดต่อตามลำดับขั้นนะคะ หากข้ามขั้นตอน การแก้ปัญหาจะทำได้ยุ่งยากขึ้นค่ะ การติดต่อทุกครั้งขอแนะนำให้ใช้การส่งอีเมลนะคะ จะได้เป็นลายลักษณ์อักษรค่ะ

QUESTION : สามารถทำงานที่เดียวกับเพื่อนได้หรือไม่
ANSWER : มีโอกาสเป็นไปได้สูง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดและจำนวนที่เปิดรับของงานนั้นๆ ทั้งนี้ทางบริษัท Acadex จะอำนวยความสะดวกให้น้องๆ ได้เข้าร่วมโครงการตามความต้องการอย่างมากที่สุด
QUESTION : สามารถทำงานอื่นๆ (Second Job) นอกเหนือจากงานหลัก (First Job) ได้หรือไม่
ANSWER : มีโอกาสเป็นไปได้สูง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดของงานหลัก ความสามารถและโอกาสของน้องเป็นหลัก
QUESTION : สถานที่พักจะเป็นอย่างไร
ANSWER : สถานที่พักจะเป็นอย่างไร
QUESTION : ที่พักตั้งอยู่ห่างจากที่ทำงานหรือไม่ การเดินทางจะเป็นอย่างไร
ANSWER : ขึ้นอยู่กับ Site งาน ซึ่งโดยปกติแล้วจะอยู่ห่างออกไปไม่มาก และเป็นระยะที่สามารถเดินทางได้โดยการเดิน จักรยาน รถโดยสาร หรือทางนายจ้างอาจมีรถรับส่ง
QUESTION : หากไม่ชอบที่พักที่นายจ้างจัดให้จะทำอย่างไร
ANSWER : หากบ้านพักของน้องอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถอยู่ได้ และน้องต้องการเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ สามารถทำได้โดยการแจ้งให้นายจ้างทราบ
QUESTION : สามารถรับเงินค่าจ้างได้ด้วยวิธีใด
ANSWER : โดยปกตินายจ้างมักจ่ายค่าจ้างให้น้องในรูปแบบ เช็ค ซึ่งในการจ่ายค่าจ้างแต่ละครั้ง นายจ้างจะมีใบเสร็จซึ่งแสดงรายละเอียดต่าง ๆ ไว้ให้

QUESTION : หากไม่ได้รับ Social Security Card หลังจากสมัครแล้ว 6 สัปดาห์ จะต้องทำอย่างไร
ANSWER : น้องสามารถติดต่อไปยังสำนักงาน Social Security Administration ของแ่ต่ละท้องที่ หรืออาจโทรไปที่่เบอร์โทรศัพท์กลาง: 1-800-772-1213 เพื่อสอบถามถึงความคืบหน้าได้ โดยทาง Acadex ยินดีให้คำปรึกษาเป็นกรณีๆ ไป
