FAQ
โครงการ Work & Travel ต่างจากโครงการหรือบริษัทจัดหางานหรือไม่? อย่างไร?

ข้อแตกต่างมีดังนี้ค่ะ

 

โครงการ [ Work and Travel] [บริษัทจัดหางาน]
1. วัตถุประสงค์หลัก เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เพื่อหารายได้
2. ผู้เข้าร่วมโครงการ ต้องมีสถานภาพเป็นนักศึกษาภาคปกติเท่านั้น ไม่จำกัด
3. ระยะเวลา สูงสุด 4 เดือนเท่านั้น นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
4. ประเภทของวีซ่า J1 นักเรียนแลกเปลี่ยนที่สามารถ
ทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย
อาจต้องลักลอบเข้าเมือง

และอื่น ๆ อีกมาก วัตถุประสงค์ของโครงการ Work and Travel จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมโดยการที่ อนุญาตให้ผู้ที่มีสถานภาพเป็นนักศึกษาจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ได้เข้าไปเรียนรู้ถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอเมริกัน อย่างแท้จริง โดยการใช้ชีวิตอยู่อย่างวัยรุ่นชาวอเมริกันทั่วไป ที่สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อ ได้รับค่าแรงสำหรับเป็นทุนการศึกษาในช่วงระหว่างที่ปิดภาดเรียน ทั้งนี้นักศึกษาทุกคนจะได้รับประโยชน์ ในเรื่องของการพัฒนาทักษะทางการสื่อสารภาษาอังกฤษ และยังสามารถเรียนรู้ถึงกระบวนการทางความคิด, วัฒนธรรมต่าง ๆ ของชาวอเมริกัน ไม่มากก็น้อย ในระหว่างการเข้าร่วมโครงการเป็นเวลาสูงสุดถึง 4 เดือน (แต่ในกรณีของนักศึกษาไทย จะเข้าร่วมโครงการได้เพียง 10สัปดาห์เท่านั้น เนื่องจากต้องกลับมาศึกษาต่อใน ภาคเรียนต่อไป) จากนั้นหลังจากเสร็จสิ้นโครงการแล้ว นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทุกท่าน ยังสามารถที่จะท่องเที่ยวต่อในประเทศสหรัฐอเมริกาได้อีกถึง 30 วัน ดังนั้นจะเห็นว่าต่างจากโครงการหรือบริษัทจัดหางานทั่วไปที่เน้นผลประโยชน์ ที่เรื่องผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว

passport

ทำไมนายจ้างในประเทศสหรัฐอเมริกาต้องว่าจ้างแรงงานจากต่างประเทศ?

เนื่องจากนายจ้างในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้รับอนุญาตให้ เข้าร่วมโครงการนี้ได้ ส่วนใหญ่แล้วเป็นนายจ้าง ที่มีลักษณะธุรกิจบริการที่มีการดำเนินงานตามฤดูกาล ไม่สามารถดำเนินงานได้ตลอดทั้งปี เช่น สวนสนุกต่าง ๆ เนื่องจาก สภาพภูมิอากาศในฤดูหนาวและช่วงเวลาการท่องเที่ยวนั้นไม่เอื้ออำนวยให้ดำเนิน ธุรกิจได้ตลอดทั้งปี ดังนั้นจึงไม่มี ความจำเป็นที่จะต้องจ้างลูกจ้างประจำทั้งหมด ลูกจ้างชาวอเมริกันหรือนักศึกษาจากต่างชาติรวมทั้งไทยจะได้รับค่าแรงในอัตรา ที่เท่าเทียมกันเพื่อที่จะใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันเท่านั้น โดยบางนายจ้างอาจจ่ายค่าแรงให้นักศึกษาต่างชาติในอัตราที่สูงกว่าด้วย เนื่องจากเหตุผลในเรื่องของวัฒนธรรม, อิมเมจ และอื่น ๆ อีกมาก ดังนั้น ลูกจ้างประเภทชั่วคราวจึงเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินธุรกิจลักษณะนี้ ประกอบกับโครงการนี้ จัดขึ้นเพื่อวัตถุ ประสงค์ในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม, เรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอเมริกา และสามารถพัฒนาทักษะในการ สื่อสารภาษาอังกฤษของผู้เข้าร่วมโครงการให้ดีขึ้นอีกด้วยค่ะ

boss

ระยะเวลาในการเข้าร่วมโครงการ Work and Travel USA คือเท่าใด

ตามกฎของโครงการ นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการสามารถที่จะทำงานได้นานถึง 4 เดือน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ระบุในเอกสาร DS-2019 เท่านั้นค่ะ ซึ่งอาจจะน้อยกว่า 4 เดือนก็เป็นได้ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาช่วงปิดภาคเรียนของนักศึกษาในแต่ละประเทศ นักศึกษาจากไทยนั้นจะเข้าร่วมโครงการได้นานสุดประมาณ 10 สัปดาห์ เนื่องจากโครงการนี้ต้องการให้นักศึกษากลับมาทันเปิดภาคเรียนค่ะ

faq_pic04
faq_pic08
faq_pic09



จะมั่นใจได้อย่างไรว่าเข้าร่วมโครงการที่จัดขึ้นโดย Acadex แล้ว มีสถานที่ทำงานและที่พักจริง ตามที่ได้แจ้งไว้ก่อนที่จะสมัครเข้าร่วมโครงการ

เจ้าหน้าที่ของ Acadex Work & Travel Center จะเดินทางไปเยี่ยมนักศึกษาทุกสถานที่เข้าร่วมโครงการอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อความมั่นใจของผู้เข้าร่ว มโครงการและผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ของเราจะอยู่กับนักศึกษาในแต่ละ worksite ประมาณ 2-3 วัน หรือจนกว่านักศึกษาจะเริ่มโครงการค่ะ

faq_pic13
faq_pic11
faq_pic12



มีตำแหน่งงานอะไรบ้างและอยู่ที่รัฐไหนบ้าง

สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.acadexthailand.com/what-is-work-and-travel/locations/

faq_pic01
faq_pic02
faq_pic10

น้องๆสามารถร่วมโครงการ Work & Travel USA ได้กี่ครั้ง

ได้ปีละ 1 ครั้งนะคะ

faq_pic14
faq_pic15

faq_pic16

สามารถเข้าร่วมโครงการได้ในช่วงไหนของปีบ้างค่ะ

ตามช่วงเวลาที่น้องปิดภาคเรียนใหญ่เท่านั้นค่ะ ซึ่งโดยส่วนมากจะเป็นช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม และ มิถุนายน – สิงหาคม ของแต่ละปี เนื่องจากโครงการนี้ต้องมีระยะเวลาเข้าร่วมอย่างน้อยคือ 10 สัปดาห์ และสูงสุดคือ 16 สัปดาห์นะคะ แต่ทั้งนี้หากน้องๆ ท่านใดที่มีช่วงปิดภาคเรียนต่างจากช่วงที่กำหนดข้างต้น สามารถที่จะสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานใหญ่ของอคาเดกซ์ตลอด เวลาทำการนะคะ

calendar

ใช้เกณฑ์อะไรในการคัดเลือกนักศึกษาที่จะเข้าร่วมโครงการ?

ทีมงาน Acadex Work & Travel Center ขอแบ่งเกณฑ์ ในการคัดเลือกนักศึกษาเบื้องต้นดังนี้ค่ะ
1. ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ
2. Attitude ของนักศึกษาที่มีต่อโครงการ Work and Travel
3. ความตั้งใจจริงที่จะเข้าร่วมโครงการ
ทีมผู้บริหารของอคาเดกซ์ขอสงวน สิทธิ์ขาดในการเข้าร่วมโครงการของผู้ที่สนใจค่ะ

exam

เอกสาร DS-2019 คืออะไร?

เอกสาร DS-2019 คือเอกสารที่ออกโดยองค์กรระหว่างประเทศที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลอเมริกันให้ ดำเนินการโครงการแลกเปลี่ยนนี้โดยทำหน้าที่ในการดูแลสถานภาพของนักศึกษาทุก ท่านตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการ โดยใช้สำหรับในการยื่นขอวีซ่า J1 หรือวีซ่านักเรียนแลกเปลี่ยนสำหรับโครงการ Work and Travel ค่ะ

ds2019

ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้างในการเข้าร่วมโครงการ?

ติดต่อสอบถามได้ที่ 02-214-6300 หรือ 086-390-0333

ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ต้องชำระเมื่อใดและเป็นจำนวนเท่าไร?

ติดต่อสอบถามได้ที่ 02-214-6300 หรือ 086-390-0333

ทำไม Acadex ไม่มี Additional Costs?

ทางบริษัทฯมีประสบการณ์ในการดำเนินงานมาหลายปี และทราบถึงค่าใช้จ่ายจริงของโครงการ ดังนั้นเราจึงไม่ต้องการให้มีการเก็บค่าธรรมเนียมกินเปล่า หรือมีการเก็บเงินเพิ่มเติมซึ่งไม่ได้เป็นรายจ่ายจริงเกิดขึ้นค่ะ

ต้องทำการยื่นขอวีซ่าเองหรือไม่ อย่างไร?

Acadex Work & Travel Center จะเป็นผู้ดำเนินการยื่นขอวีซ่าให้ โดยจะแจ้งให้นักศึกษาทราบถึงเอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขอวีซ่าและการยื่นขอ DS-2019 ทันทีกับนักศึกษาที่ผ่านการสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ของ Acadex Work & Travel Center หรือผู้สมัครที่ชำระค่าธรรมเนียมโครงการงวดแรกแล้ว เพื่อให้ผู้สมัคร มีเวลาเพียงพอที่จะเตรียมเอกสารทั้งหมด ทันพร้อมกับการชำระเงินค่าธรรมเนียมโครงการงวดที่สอง จากนั้น Acadex Work & Travel Center จะนำเอกสารทั้งหมดไปยื่นขอวีซ่าให้กับนักศึกษา และจะแจ้งให้นักศึกษา ทราบถึงวันที่ต้องเข้าสัมภาษณ์วีซ่ากับทางสถานฑูตอเมริกาอีกครั้งหนึ่ง ภายหลังจากที่ได้รับแจ้งวันที่แน่นอน แล้วนะคะ

visa_image02

SEVIS Fee คือ อะไร

SEVIS ย่อมาจาก Student and Exchange Visitor Information System. ซึ่งเป็นระบบที่รัฐบาลสหรัฐสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลและติดตามนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยในระบบ SEVIS นี้จะเชื่อมโยงข้อมูลกับกระทรวงความมั่นคงภายในและกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย น้องๆที่เข้าร่วมโครงการทุกคนจะต้องปฏิบัติตามกฎของ SEVIS ซึ่งจะเป็นการเก็บประวัติการเดินทางและการพำนักของน้องในระหว่างที่อยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้เ้ข้าร่วมโครงการ Work and Travel ต้องชำระค่าธรรมเนียม จำนวน USD 35.00 ซึ่งทางบริษัทฯ เป็นผู้รับผิดชอบจัดการดำเนินการชำระค่า SEVIS ให้นักศึกษาเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทุกคน

หากน้องๆมีวีซ่าท่องเที่ยวอยู่แล้วจำเป็นต้องขอวีซ่าใหม่อีกหรือไม่

ต้องขอใหม่ค่ะ เนื่องจากวัตถุประสงค์ในการเข้าอเมริกาของน้องๆคราวนี้คือการเข้าร่วมโครงการ Work and Travel จะเป็นวีซ่าคนละประเภทกัน

น้องจะต้องเตรียมเงินไว้ใช้จ่ายในอเมริกา (Pocket Money) หรือไม่ อย่างไร

น้องควรเตรียมเงินส่วนหนึ่งไว้ใช้ในช่วง 1 เดือนแรกของระยะเวลาเข้าร่วมโครงการ (ประมาณ $800-$1,000) เพราะน้องจะได้รับเงินค่าจ้างหลังจากที่ทำงานแล้ว ประมาณ 2 – 4 สัปดาห์

dollar

จำเป็นต้องซื้อประกันสุขภาพหรือไม่

ไม่จำเป็น เนื่องจากค่าธรรมเนียมโครงการได้รวมค่าประกันสุขภาพไว้แล้วซึ่งจะคุ้มครองน้อง ตลอดระยะเวลาที่น้องทำงาน แต่สามารถซื้อประกันสุขภาพเพิ่มเติมได้ในกรณีที่น้องต้องการให้ครอบคลุมถึงระยะเวลาที่น้องท่องเที่ยวด้วย

insurance

จะมีเจ้าหน้าที่จาก Acadex ไปเยี่ยมที่อเมริกาหรือไม่

โดยทั่วไปทาง Acadex จะส่งเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมน้องที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในทุก Site งาน ยกเว้นกรณีที่ Site งานนั้นๆ มีน้องจำนวนน้อยมาก เช่น มีเพียง 2 – 3 คน หรือมีเหตุสุดวิืสัยอื่นๆ ซึ่งที่ผ่านมาเราได้จัดส่งเข้าหน้าที่ไปเยี่ยมน้อง ซึ่งครอบคลุมกว่า 95% ของ Site งานทั้งหมด ถึงแม้ว่าบาง Site งาน จะมีน้องเพียง 4 คน ก็ตาม

2(1)
3(1)

1(2)



สามารถเลือกสถานที่ทำงานและตำแหน่งงานที่ทำได้หรือไม่?

นักศึกษาทุกท่านสามารถเลือกเพื่อที่จะขอเข้ารับการสัมภาษณ์กับนายจ้างได้ แต่ทั้งนี้จะได้รับการคัดเลือกหรือ ไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนายจ้าง ส่วนตำแหน่งงานโดยทั่วไปแล้วจะไม่สามารถเลือกได้ แต่นักศึกษาสามารถ ที่จะ request กับนายจ้างนั้น ๆ ในวันที่ทำการสัมภาษณ์ได้

6(1)
4(2)
5(2)


สถานที่ทำงานและที่พักเป็นอย่างไร?

เนื่องจากสถานที่ทำงานจะเพิ่มขึ้นทุกปี โดยนักศึกษาสามารถดูรายละเอียดทั้งหมดของสถานที่ทำงาน และที่ พักได้ในหัวข้อ Work and Travel ในหน้าแรกของเว็บไซด์นะคะ

จะต้องจ่ายภาษีเมื่อไปทำงานหรือไม่

สำหรับนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการต้องจ่ายเพียง Federal Income Tax และ State Income Tax เท่านั้น ซึ่งนักศึกษาสามารถทำเรื่องขอคืนภาษีที่เสียไปได้ ชาวอเมริกันทุกคนรวมถึงชาวต่างชาติที่ทำงานและมี รายได้ในประเทศสหรัฐอเมริกาจะต้องจ่ายภาษีให้กับรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเหมือน กับในประเทศไทย ซึ่งคนอเมริกัน ที่มีรายได้ต้องจ่ายภาษี Social Security Tax, Medicare Tax, Federal Unemployment Tax, Federal Income Tax, State Income Tax, City Income Tax โดยที่นายจ้างจะเป็นผู้หักภาษี ณ ที่จ่าย จากรายได้ของนักศึกษาทุก ๆ ครั้งที่มีการจ่ายเงินค่าแรง แต่นายจ้างที่นักศึกษาไปทำงานพิเศษ (Second job) นักศึกษาอาจขอแบบฟอร์มยกเว้นภาษีจากนายจ้างเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียภาษีสำหรับ งานพิเศษ

tax

สามารถทำเรื่องขอภาษีคืนได้อย่างไร

โดยส่วนใหญ่การขอคืนภาษี (Tax Refund) สามารถทำได้ในปีต่อไปหลังจากที่นักศึกษาเสร็จสิ้นการเข้าร่วม โครงการ (ตัวอย่างเช่น นักศึกษาเข้าร่วมโครงการในปี 2547 นักศึกษาจะสามารถทำเรื่องได้ในปี 2548 ประมาณต้นปี) เนื่องจากทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะต้องปิดงบสิ้นปีก่อนจึงจะสามารถระบุได้ว่า ภาษีจำนวนเท่าใดจึงจะสามารถขอ คืนได้ โดยทางนายจ้างจะเป็นผู้ส่งแบบฟอร์ม W-2 (Statement of Income) มาให้ตามที่อยู่ที่นักศึกษาได้แจ้ง ไว้เมื่อเสร็จสิ้นการเข้าร่วมโครงการ นักศึกษาจะต้องเป็นผู้ดำเนินการขอคืนภาษีด้วยตนเอง โดยสามารถขอรับคำ ปรึกษาจากทาง Acadex Work & Travel Center ได้ การทำเรื่องขอคืนภาษีด้วนตนเองทำได้คือ นักศึกษา ต้องกรอกแบบฟอร์มขอคืนภาษี 1040NR – EZ ซึ่งสามารถหาได้จาก www.irs.gov หรือจากสถานทูตอเมริกัน นักศึกษาสามารถอ่านคำแนะนำในการกรอกได้จากในเวบไซด์ หรือคู่มือจากสถานทูตอเมริกัน การทำเรื่องขอคืน ภาษีจะหมดเขตประมาณเดือนเมษายนและจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3 เดือนเป็นอย่างต่ำ โดยนักศึกษาจะได้ รับเงินคืนในรูปแบบ Check ที่จะจัดส่งให้ตามที่อยู่ของนักศึกษาที่ระบุไว้ในใบสมัคร

หากเกิดข้อสงสัยหรือปัญหาใด ๆ ในขณะที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาควรจะทำอย่างไร

ให้น้อง ๆ ทุกคนปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้นะคะ
1. ติดต่อนายจ้างเพื่อขอคำแนะนำ
2. ติดต่อ Visa sponsor เพื่อแจ้งสถานการณ์และปัญหาให้ทราบ
3. ติดต่อสำนักงานอคาเดกซ์
ทั้ง นี้น้อง ๆ ต้องติดต่อตามลำดับขั้นนะคะ หากข้ามขั้นตอน การแก้ปัญหาจะทำได้ยุ่งยากขึ้นค่ะ การติดต่อทุกครั้งขอแนะนำให้ใช้การส่งอีเมลนะคะ จะได้เป็นลายลักษณ์อักษรค่ะ

ny

สามารถทำงานที่เดียวกับเพื่อนได้หรือไม่

มีโอกาสเป็นไปได้สูง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดและจำนวนที่เปิดรับของงานนั้นๆ ทั้งนี้ทางบริษัท Acadex จะอำนวยความสะดวกให้น้องๆ ได้เข้าร่วมโครงการตามความต้องการอย่างมากที่สุด

8(2)
9(1)

7(2)

 

สามารถทำงานอื่นๆ (Second Job) นอกเหนือจากงานหลัก (First Job) ได้หรือไม่

มีโอกาสเป็นไปได้สูง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดของงานหลัก ความสามารถและโอกาสของน้องเป็นหลัก


ที่พักตั้งอยู่ห่างจากที่ทำงานหรือไม่ การเดินทางจะเป็นอย่างไร

ขึ้นอยู่กับ Site งาน ซึ่งโดยปกติแล้วจะอยู่ห่างออกไปไม่มาก และเป็นระยะที่สามารถเดินทางได้โดยการเดิน จักรยาน รถโดยสาร หรือทางนายจ้างอาจมีรถรับส่ง

หากไม่ชอบที่พักที่นายจ้างจัดให้จะทำอย่างไร

หากบ้านพักของน้องอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถอยู่ได้ และน้องต้องการเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ สามารถทำได้โดยการแจ้งให้นายจ้างทราบ

สามารถรับเงินค่าจ้างได้ด้วยวิธีใด

โดยปกตินายจ้างมักจ่ายค่าจ้างให้น้องในรูปแบบ เช็ค ซึ่งในการจ่ายค่าจ้างแต่ละครั้ง นายจ้างจะมีใบเสร็จซึ่งแสดงรายละเอียดต่าง ๆ ไว้ให้

cheque

หากไม่ได้รับ Social Security Card หลังจากสมัครแล้ว 6 สัปดาห์ จะต้องทำอย่างไร

น้องสามารถติดต่อไปยังสำนักงาน Social Security Administration ของแ่ต่ละท้องที่ หรืออาจโทรไปที่่เบอร์โทรศัพท์กลาง: 1-800-772-1213 เพื่อสอบถามถึงความคืบหน้าได้ โดยทาง Acadex ยินดีให้คำปรึกษาเป็นกรณีๆ ไป

ssc(1)