Reviews / Review / Jack Kittiphot (49th State Brewing, Alaska)
49th State Brewing, Alaska (Summer 2026: Exclusive Premium Locations)

Anchorage/Healy, Alaska

0
Review by
Jack Kittiphot (49th State Brewing, Alaska)
December 4, 2020
" ประสบการณ์ที่หาจากไทยไม่ได้ "
ส่วนตัวคิดว่าการมาครั้งนี้ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง เหมือนต้องพึ่งพาตัวเองในหลายๆเรื่อง ได้ประสบการณ์หลายๆอย่าง
15737

🇺🇸 รีวิว Work and Tavel 2020 (ช่วง Covid-19) Alaska ❄️🏔 *รายได้รวม $10,000+ !!!

🏢 Agent : Acadex
🕧 Period : Spring 🍃
(เราจ่ายเงินต่อวีซ่า 417$ เพราะยังกลับไทยไม่ได้เลยได้กลับพร้อมเด็ก Summer)

💰ค่าโครงการ : 75,000 บาท
✈️ ตั๋วเครื่องบิน : 33,000 บาท
(ขากลับต้องซื้อตั๋วใหม่จากสถานทูต $825)

💵 Pocket Money : $700 (20,000 บาท)
🏢 Agent : Acadex

– พี่ๆให้คำปรึกษาดีตั้งแต่ก่อนจะสมัครจนได้วีซ่าแล้วได้บินมา

🇺🇸 งานที่เลือก ชื่อร้าน 49th State Brewing Company ร้านมี 2 สาขาคือ 1.Anchorage 2.Denali เราทำอยู่ที่ Anchorage 🏔❄️

📌 รายละเอียด 1st Job – 49th Stae Brewing Company

– เราทำตำแหน่ง Prep Cook คือ เตรียมพวกซอส หรือ ผักต่างๆ เนื้อต่างๆ เก็บไว้ในห้องเย็น ไว้ให้ Line cook ซึ่งเป็นคนทำอาหารเหมือนเอาไป อุ่นหรือว่าทอด เพื่อให้เป็นเมนูต่างๆอีกที ควรเตรียมร่างกายให้พร้อมพอสมควร เพราะยกของหนักมากเพราะเวลาเตรียมของทีเตรียมทีละเยอะๆ แต่โชคดีที่มีรถเข็นให้แต่ต้องแย่งชิงกับคนอื่น5555

– เป็นร้านอาหารคนดังของเมือง มีชื่อเสียงด้านเบียร์เพราะหมักเอง อาหารก็เป็นอาหารฝรั่งปกติ เช่น เบอร์เกอร์, พิซซ่า, สลัด อาหาร แม็กซิกันก็มีนะ (ส่วนตัว เบียร์ คือดีย์)

– เราได้เรท $10.19ถือว่าเป็นเรทต่ำสุดเลยก็ว่าได้ แต่โชคดีที่เมืองนี้ไม่มีภาษีค่ากินค่าอยู่ (ไม่มีทิป😭)

– เราได้ทำงาน 3-7 วัน แล้วแต่ week ที่ผู้จัดการจัดให้ แต่ส่วนมากเราจะได้ 5 วัน แต่ถ้า ยุ่งหรือช่วงนั้นไม่มีคนก็ได้ 6 หรือ 7 วัน บางทีเขาจะโทรมาตามให้ไปทำงาน แต่วันไหน ไม่มีอะไรให้ทำก็จะโดนให้กลับบ้านเร็วก่อนเวลา เพราะช่วงโควิดที่ร้านปิดไม่ให้นั่งกินในร้านให้ pick up กับ delivery เท่านั้น

– ส่วน overtime ก็ คูณ 1.5 ก็ประมาณ 15 ต่อ ชม.

– เพื่อนร่วมงานดี เป็นกันเอง ช่วยเหลือตลอด ไม่รู้อะไรถามได้เสมอ รวมๆถือว่าดี เจ้าของร้านคือช่วยเหลือดีมาก (ผู้จัดการหรือพวกเราจะเรียกว่าเชฟใหญ่คือไม่ค่อยโอเค)

– ใครเลือกตำแหน่งนี้ก็เตรียมตัวเตรียมใจถ้าไม่ระวังจะได้แผลเป็น โดนเตาอบบ้าง มีดบาดบ้าง

– ที่นี่ได้ส่วนลดค่าอาหาร 50% แต่เครื่องดื่มเต็มราคาจ้า แต่เหมือนตอนนี้เขาปรับเป็น 25%

📌 รายละเอียด 2nd Job – AK Alchemiz

– เราทำตำแหน่ง Cook แต่รวมๆ ก็คือ เตรียมของด้วย ทำอาหารด้วย

– เป็นร้านออกแนว Food truck แต่ก็ไม่เชิงเพราะมีพื้นที่อีกฝั่งเป็นบาร์ขายแอลกอฮอล์ ส่วนฝั่งที่เราทำอาหารก็จะมีเปิดเป็นร้านกาแฟช่วงเช้าถึงเย็นด้วยส่วนเราเปิด 11 โมง ถึง 4 ทุ่ม 45

– เราได้ทำงาน 5 วัน เป็นกะ 5โมง ถึง ร้านปิด ประมาณ 6-7 ชม. แล้วแต่วัน ส่วนเรทที่นี่เราได้ $11 แต่มีทิปให้ ยิ่งคนเยอะยิ่งทิปเยอะ

– เพื่อนร่วมงานที่นี่ก็ดี เราชอบเพื่อนที่นี่มากกว่า เขาพาเราไปเที่ยว พาเราไปบาร์ ไปกินข้าว ช่วยเหลือดีมาก เจ้าของร้านก็คือดีเหมือนกัน ชอบไปเมืองไทยมาก ชอบคนไทย (เจ้าของร้านบอก)

– หลังเลิกงานก็คือ สามราถ ไปกินเบียร์ฝั่งบาร์ได้ฟรี!!!

🏡 บ้านพัก

– เราอยู่กับพี่คนไทย เป็นบ้านที่ไม่ใหญ่มาก เหมือนเขาเรียกเป็น บ้านแบบ Trailer แต่อบอุ่น พี่คนไทยคือใจดี คอยช่วยเหลือทุกอย่าง พาไปเที่ยว มีอาหารฟรีให้ได้มาจากวัดไทยที่นี่ คอยไปรับไปส่งในช่วงโควิด(รถบัสปิด)พาไปซื้อของกินของใช้เข้าบ้าน คอยสอนหรือแนะนำแล้วก็เล่าประสบการณ์ต่างๆให้ฟัง

– มีครัว ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า

– แนะนำถ้ามา Anchorage, Alaska ให้อยู่บ้านนี้💕

🚗 การเดินทาง

– ปกติจะนั่งบัสไปทำงานร้าน 1 ประมาณ 20 นาที แต่เดินออกจากบ้านไปรอที่ป้ายรถบัสอีก 10 นาที ใช้เวลาหน่อย เพราะบ้านอยู่นอกเมือง แต่ดีที่แถวนี้ไม่มี Homeless เหมือนในเมือง แถมล้อมรอบไปด้วยห้าง Walmart, Fredmeyer ส่วนงาน 2 เราเดินไป ห่างจากร้าน 1 ไม่มากใช้เวลาเดินประมาณ 10-15 นาที (ช่วงไม่มีบัสเพราะโควิดพี่คนไทยไปส่งไปรับทุกวันแต่ช่วยพี่เขาหารค่าน้ำมัน)

🛤 สภาพแวดล้อมในเมือง

– เป็นเมืองใหญ่แต่คนไม่เยอะมากยิ่งเรามาช่วง Spring คือเงียบ แต่ปกติจะคึกคักช่วง Summer (ปีนี้เงียบมากเพราะโควิด)

– ข้อเสีย ถ้าใครขาช็อป ที่นี่ไม่มีoutletแบบที่อื่น แต่พอมีช็อปแบบขายรวมๆแต่ไม่ค่อย Fashion

– ข้อดี ส่วนใหญ่ที่นี่จะเป็นคนมาเที่ยวธรรมชาติมากกว่ามีเดินเขา ปีนเขา ล่องเรือยาง ตั้งแคมป์ ตกปลา คือ สายธรรมชาติ สายกีฬาเอ็กซ์ตรีม คือ ต้องมา แถม เมืองนี้ดีที่ไม่มีTaxค่ากินค่าอยู่ค่าช็อปปิ้งต่างๆ คือประหยัดไปได้เยอะเลย

🇺🇸🧡❄️ ส่วนตัวคิดว่าการมาครั้งนี้ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเหมือนต้องพึ่งพาตัวเองในหลายๆเรื่องได้ประสบการณ์หลายๆอย่างเพราะเป็นปีโควิดทั้งปิดเมืองทั้งโดนลดตารางงานแต่ก็ยังมีเรื่องดีๆเราได้รู้จักเพื่อนฝรั่งดีๆเจอพี่คนไทยใจดีช่วยเหลือทุกอย่างคอยให้คำปรึกษาในหลายๆเรื่องส่วนเรื่องเงินเราได้ประมาณ $10,000+ แต่ยังไม่ได้หักอะไรเลย ค่าใช้จ่ายค่า Taxของรัฐ ค่าตั๋วเครื่องบินขากลับ แต่แลกมาด้วยประสบการณ์ที่หาจากไทยไม่ได้ ทำงานตั้งแต่ 6โมงเช้าถึงเที่ยงคืนก็ทำมาแล้ว ทำงาน 14วันติดก็ทำมาได้ ได้ไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ได้ไปเปิดหูเปิดตาที่บาร์ ส่วนเรื่องภาษาเราคิดว่าเราได้พัฒนานะจากตอนที่มาถึงแรกๆคือฟังไม่ทันฟังไม่รู้เรื่อง พออยู่ไปรู้สึกว่าเออเข้าใจฟังทันคุยกับเขาได้สั่งอาหารได้ เพราะเราต้องใช้ทุกวัน

🇺🇸🧡❄️ ใครสงสัยอะไรเพิ่มเติมทักมาถามได้นะครับ

https://www.facebook.com/share/p/1EiWt5KKzn/?

Let’s go to America ??
อาหารฟรีช่วงโควิดจ้า??
เดินถ่ายรูปในเมืองหลังเลิกงาน??
เขาแรกที่ไป ??
Say cheese?
ร้าน 2 จ้า มีกาแฟฟรี
นี่คือ1ในเมนูที่เราต้องทำ?
ทิปครั้งแรก✌?
บาร์ครั้งแรกกับเพื่อนฝรั่ง??
ร้านเครปชื่อดังในเมือง
วันหยุดไปพายเรือกัน❄️?
พิชิตยอดจ้า แบบเปียกโชก?
เพื่อนๆที่มาช่วง Summer กับเจ้าของร้านแล้วก็พี่คนไทย?
เพื่อนๆจากร้าน 2 พามาเลี้ยงส่ง?
ห้องนอน
ห้องครัว
ห้องน้ำ
เบียร์ฟรีหลังเงินงานจ้า ?
Hash brown ไว้ทำ burrito ของร้าน2 จ้า ?
เทศกาลประกวดปั้นหิมะ❄️
ร้านอเมริกันแท้ๆ??
ร้าน Brewing ?
อยู่ดีๆก็ได้เป็น Ambassadors ของร้าน 2 ?
Bus map ว่าเราควรขึ้นสายไหนจ้า
❄️?